Sat. Oct 23rd, 2021
Ride Or Die

Ride Or Die

Ride Or Die | อยู่เป็น ยอมตาย เพื่อเธอ (2021)

ในหลายสถานการณ์ของชีวิต เรามักจะได้ยินประโยคคลาสสิกออกจากปากใครบางคน หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง และ “ชีวิตคือการเดินทาง” ก็ดูจะเป็นประโยคหนึ่งในนั้นการเดินทางในที่นี้หมายถึงในหลายๆ ความหมาย ทั้งการเติบโตไปตามอายุที่มากขึ้น การจากบ้านเกิดไปสู่สถานที่อื่น การเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิต การมีความฝันและการตามหาความฝัน ทุกอย่าง ทุกลมหายใจ ทุกการกระทำ ล้วนเป็นการเดินทางทั้งสิ้น ชีวิตจึงดูเหมือนเป็นการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด แม้กระทั่งในยามที่เราตายไปแล้ว หลายๆ ความเชื่อก็ยังบอกว่าเราแค่เปิดประตูไปสู่อีกการเดินทางหนึ่งภาพยนตร์ หนังชนโรง แนว Road Movie จึงเป็นการพาทั้งตัวละคร และตัวผู้ชมเดินทางไปหาอะไรบางอย่าง ตัวละครอาจพบเจอความหมายของชีวิต แต่ผู้ชมอย่างเรากลับได้แรงบันดาลใจ ได้ฟื้นฟูหัวใจ ได้รับพลังงานที่อาจเหือดหายไปจากชีวิต เรื่องราวของพวกเขาเหล่านั้นเป็นการสร้างจุดกระเพื่อมเล็กๆ ให้เรา บางทีมันก็หมายถึงการเติบโตทางจิตวิญญาณ ดังนั้น วันนี้เราเลยอยากแนะนำภาพยนตร์ญี่ปุ่น แนว Road Movie ที่มาผสมผสานความเลือดสาดฆาตกรรมได้น่าสนใจกับภาพยนตร์เรื่อง Ride Or Die  อยู่เป็น ยอมตาย เพื่อเธอ

Ride Or Die  อยู่เป็น ยอมตาย เพื่อเธอ เป็นภาพยนตร์ญี่ปุ่นแนว ดราม่า Drama ภาพยนตร์โรดทริปเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากมังงะชื่อ Gunjo  3 เล่มจบของ ชิง นากามูระ บอกเล่าเรื่องราวของ เรอิ (นำแสดงโดย คิโกะ มิซุฮาระ) สาวเลสเบี้ยนที่แอบหลงรัก สึจิมูระ (นำแสดงโดย โฮนามิ ซาโตะ) เพื่อนสมัยเรียนมัธยม แต่ความรักของเธอไม่สมหวัง แม้จะพยายามช่วยเหลือด้านการเงินให้เพื่อนที่ยากจนได้เรียนต่อจนจบ 

อยู่เป็น ยอมตาย เพื่อเธอ

แต่เธอกลับเลือกแต่งงานกับนักธุรกิจร่ำรวยแทน จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป เรอิได้รับโทรศัพท์จากสึจิมูระเพื่อขอนัดพบกันอีกครั้ง การนัดพบครั้งนี้เธอได้รับรู้ว่าสึจิมูระถูกสามีทำร้ายร่างกายอย่างหนักจนเธอทนไม่ไหวเหมือนตายทั้งเป็น และเปรยกับเรอิว่า “เธอฆ่าเขาฉันให้ได้ไหม” จากประโยคนี้ประโยคเดียวนี่แหละเรอิจึงตัดสินใจฆ่าสามีของเธอและหนีไปด้วยกัน จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวการเดินทางสานต่อความรักที่ผิดหวังในอดีตอีกครั้งเรอิ/เรย์” (คิโกะ มิซุฮาระ) ตัดสินใจช่วยเหลือ “สึจิมูระ” (โฮนามิ ซาโตะ) หญิงสาวที่เธอหลงรักมานานแสนนานตั้งแต่สมัยเรียน

 หลังจากที่เธอมาขอความช่วยเหลือจากเรย์พร้อมทั้งเปิดเผยบาดแผลของความรุนแรงที่สามีของเธอเป็นผู้กระทำ การตัดสินใจและลงมือทำของเรย์ในครั้งนั้นก็เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนเลย การออกเดินทางเพื่อหลีกหนีจากปัญหาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

Ride Or Die

ตัว หนังชนโรงHD ยาว 2 ชั่วโมงกว่า ถือว่ายาวมากอยู่เหมือนกัน แต่ความยาวของเรื่องนั้นส่วนใหญ่มาจากการถ่ายทอดฉากสวยๆ แนวโรดทริป ที่สวยตั้งแต่ในกรุงโตเกียวจนถึงต่างจังหวัดบ้านเกิดของสึจิมูระกับเรอิที่ทั้งคู่เดินทางกลับไป ซึ่งถ้าใครชอบฉากพวกนี้ก็ดูได้เพลินๆ ส่วนแนวดราม่าของเรื่องไม่ได้ยืดอะไรมาก นังเรื่องนี้ติดเรท 18+ ไม่เซ็นเซอร์ ดร่ามา เลือดสาดและมีความรุนแรง แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการเดินทางที่มีความน่ารักกุ๊กกิ๊กครบทุกรส เหมาะสำหรับอายุ18ปีขึ้นไปกลางเรื่องและเกือบจะจบเรารู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มเฉื่อย ๆ เป็นดำเนินเนื้อเรื่องแบบเดินทางหนีปัญหาไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมายปลายทางซึ่งในตอนนั้นก็จะเห็นถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่มากขึ้นครบทุกรสให้เราได้ชุ่มช่ำหัวใจกัน ซึ่งมันก็ดูเป็นพล็อตที่ดูไม่ค่อยมีอะไรมาก เป็นเรื่องที่เดาตอนจบได้ ซึ่งนักแสดงหลักทั้งคู่ก็แบกของเรื่องได้ดีจริง ๆ มีฉากทิ้งอารมณ์นิ่งๆ ตามปกติของหนังแนวนี้กับความเป็นหนังญี่ปุ่นที่เน้นโคลสอัพอารมณ์บนใบหน้าตามปกติ หนังมีเหตุการณ์ตัดสลับอดีตกับปัจจุบันไปเรื่อยๆ ดูแล้วเดาเรื่องได้ยากกว่าจะไปต่อยังไงตลอดเวลา เพราะจุดหมายของทั้งคู่ไม่มี เป็นการเดินทางไปเรื่อยๆ แบบไปตายเอาดาบหน้ามากกว่ามีแผนการหนี ซึ่งก็เป็นข้อดีที่ทำให้คนดูพยายามคิดตลอดเวลาว่าเรื่องนี้จะจบลงยังไง โศกนาฎกรรมหรือแฮปปี้เอนดิ้งกันแน่เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ขอแนะนำ

By admin